Blog

วัจนลีลาในหนังสือเข็มทิศชีวิต ตอน “แผนที่ดูจิต บริหารชีวิต สูอิสระทางการเงินและจิตใจ1”

การวิจัยครั้งนี้มีวัตหนังสือ ประเภท How to หรือหนังสือประเภทใหแนวคิด แงคิด ไดรับความนิยมจากผูอานเปนจํานวนมาก หนังสือชั้นนําทั่วไปจึงนิยมนําหนังสือประเภทนี้เขามาวางจําหนาย ในชวงทศวรรษที่ผานมามีหนังสือหลายเลมที่ตีพิมพซ้ํา ๆ จากหลายสํานักพิมพ ซึ่งผูเขียนไดนําประสบการณความทุกขของตนมาใชใหเกิ ดประโยชนทั้งแกตนเองและผูอื่น การเปลี่ยนความทุกขใหกลายเปนบทเรียนอันล้ําคา แปรปญหาที่บั่นทอนชีวิตจิตใจ ใหกลายเปนปญหาสรางสรรคชีวิต และจุดประกายความหวังใหแกคนจํานวนมากไดอยางนาชื่นชม หนังสือที่สรางกําลังใจ ใหแงคิด แนวทางการดําเนินชีวิตจากประสบการณของผูเขียนนั้น เรียกวาหนังสือHow to ซึ่ง พจนานุกรม แปลความหมายภาษาอังกฤษ-ภาษาไทย ไดใหความหมาย How to (เฮาทู) วา หมายถึง การสอนหรือวิธีอธิบายการทําในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง (https://www.online- english-thai-dictionary.com/ ?word=how-to&d=1&m=0&p=1) หนังสือประเภท How to นั้นเปนหนังสือที่มีบทบาทสําคัญและไดรับความนิยมอยางแพรหลายทั่วโลก ตามรานหนังสือตาง ๆ ไดจัดลําดับและใหความสําคัญกับหนังสือประเภทนี้อยางมาก เนื่องจากหนังสือประเภทนี้สามารถ สรางแนวคิดใหมใหกับผูอานเพื่อแกปญหาของตนหรือสังคม หนังสือ How to จึงเปนสวนหนึ่งของจิตวิทยาพัฒนาตนเอง อรัญญา ตุยคัมภีร, และจิระสุข สุ ขสวัสดิ์ (2542, น. 44) กลาววา หนังสือประเภทจิตวิทยาพัฒนาตนเอง ตรงกับภาษาอังกฤษวา Self - development ซึ่งมีความหมายใกลเคียงกับคําวาการพัฒนาตนเองและมักใชแทนกัน ไดแก การปรับปรุงตน Self – Improvement การบริหารตนSelf – management และการปรับตน Self- modification ซึ่งลวนหมายถึงการเปลี่ยนแปลงตัวเองใหเหมาะสมเพื่อสนองความตองการและเปาหมายของตนเองหรือเพื่อใหสอดคลองกับสิ่งที่สังคมคาดหวังโดยแบงจุดมุงหมายของหนังสือประเภทจิตวิทยาพัฒนาตนเอง ออกเปน 2 ความหมาย คือ หนังสือที่มุงการพัฒนาตน การที่บุคคลพยายามที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตนเองใหดีขึ้นกวาเดิม เหมาะสมกวาเดิม ทําใหสามารถดําเนินกิจกรรม แสดงพฤติกรรม เพื่อสนองความตองการแรงจูงใจ หรือเปาหมายที่ตนตั้งไว กับอีกความหมายหนึ่ง คือ การพัฒนาศักยภาพดวยตนเองใหดีขึ้นทั้งรางกาย จิตใจ อารมณ และสังคม เพื่อใหตนเปนสมาชิกที่มีประสิทธิภาพของสังคม เปนประโยชนตอผูอื่นตลอดจนเพื่อการดํารงชีวิตอยางสันติสุขนักจิตวิทยากลุมมนุษยนิยมยังไดกลาวถึงการพัฒนาตนวา เปนการพัฒนาศักยภาพของบุคคลไปสูทิศทางที่เหมาะสม กับความสามารถของแตละบุคคล ดวยการตระหนักรูในตนเอง และพัฒนาตนไปสูการรูจักตนเอง การตระหนักในคุณคาและศักยภาพที่แทจริงของตนเอง และการใชชีวิตไดอยางเต็มศักยภาพที่ตนเองมีอยูตัวอยางเชน คารลรัน ซัม โรเจอร อางใน (อรัญญา ตุยคัมภีร, และจิระสุข สุขสวัสดิ์, 2542, น. 44) กลาววา บุคคลแตละคนเกิดมาพรอมกับธรรมชาติ ดานบวก คุณความดี การมีความสามารถ และการมีแรงจูงใจภายในที่จะพัฒนาตนเองไปขางหนา สูการเปนผูทําสิ่งตาง ๆ ไดเต็มศักยภาพดวยตัวเอง คารล จุง (Jung, C. G., 2012) ได เสนอแนวทางพัฒนาตน หรือพัฒนาแกนแท โดยใชคําวา “ความเปนปจเจก

70 ปที่ 8 ฉบับที่ 1 มกรา คม-มิถุนายน2564บุคคล (Individuation) ซึ่งหมายถึง กระบวนการพัฒนาสวนบุคคลโดยมีการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจของบุคคล ภายในจิตใตสํานึกสวนตัว เปลี่ยนใหเปนความตระหนักรู การพัฒนาแกนแทนี้ มีผลตอการรักษาดานภายในจิตใจและดานกายภาพของบุคคลแบบองครวม นอกจากการสัมฤทธิ์ผลในสวนของสุขภาพทางกายภาพและสุขภาพ ทางจิตแลว บุคคลที่สามารถเขาสูการพัฒนาแกนแทแหงตนไดนั้น คือผูที่มีความกลมกลืน มีความรับผิดชอบ รวมไปถึงมีอิสรภาพและความยุติธรรม เขาใจในการทํางานของมนุษย ธรรมชาติและจักรวาลในบรรดาหนังสือจิตวิทยาพัฒนาตนเองที่เขียนโดยนักเขียนชาวไทย งานเขียนชุด “เข็มทิ ศชีวิต” ของฐิตินาถ ณ พัทลุง เปน หนังสือที่ขายดีติดอันดับหนังสือขายดี (Best Seller) มาอยางยาวนาน ไดรับคํานิยมจากผูอานที่มีชื่อเสียงหลายทานดวยกัน ดังเชน พระไพศาล วิสาโล ไดกลาวไวในหนังสือเข็มทิศชีวิต 1 (ฐิตินาถ ณ พัทลุง, 2547). วา “คุณฐิตินา ถมิใชนักปฏิบัติธรรมทั่วๆ ไป ที่มองวาธรรมะเปนเรื่องของจิตใจ หากยังเห็นวาธรรมะนั้น ควรชวยสังคม ธรรมชาติ และโลก มีสภาพที่ดีกวาเดิมดวย” คุณหญิงจํานงศรี หาญเจนลักษณ ไดกลาวไวในหนังสือเข็มทิศชีวิต 1 (ฐิตินาถ ณ พัทลุง, 2547)วารูสึกอัศจรรยใจกับการเขาถึงธรรม ความคิดอานของผูหญิงคนนี้ออยดึงความเปนนักคิด นักธุรกิจ นักปฏิบัติธรรมมาผสมผสานกันไดอยางพอเหมาะพอดี” ทํานองเดียวกับที่ศ.นพ.ประเวศ วะสี ไดกลาวไวในหนังสือเข็มทิศชีวิต 1 (ฐิตินาถ ณ พัทลุง, 2547). เชนเดียวกันวา มองวาในชีวิตอันรีบเรงของมนุ ษยในปจจุบัน หนังสือเลมนี้จะกอใหเกิดความบันดาลใจกับผูอานจนอยากฝกดูใจของตนเอง แมแตนักอานในวงการบันเทิง เชน ดารา นักแสดง อยาง มาชา วัฒนพานิช เห็นวาหนังสือเลมนี้ใหประโยชนกับตนเองชวยใหเกิดความสงบและรูเทาทันตัวเองจากเหตุผลดังกลาว ผูวิจัยจึงไดศึกษาการใชภาษาซึ่งเปนลักษณะเฉพาะของนักเขียนแตละคนการใชภาษาสะทอนถึงประสบการณ ความรูสึกนึกคิด รสนิยม ตลอดจนความรูความสามารถของนักเขียนแตละคน อาจแสดงในรูปของการใชคํา การใชประโยค ซึ่งผูอานสามารถสังเกตไดจากงานเขียนของนักเขียนนั้น ๆซึ่งกลวิธีการถายทอดเนื้อหาและการใชภาษา เรียกวา วัจนลีลามารติน โจส เปนบุคคลที่มีความสําคัญ และเปนที่รูจักกันดีในเรื่องวัจนลีลา เพราะทําการวิจัยเกี่ยวกับวัจนลีลาในภาษาอังกฤษ และไดเขียนหนังสือเรื่อง The Five Clocks เปนการวิเคราะหใหเห็นความแตกตางของวัจนลีลา 5 ระดับในภาษาอังกฤษ โดยเรียงลําดับจากวัจนลีลาที่เปนทางการมากที่สุดไปยังวัจนลีลาที่เปนทางการนอยที่สุด (Joos, M., 1961, pp. 11 – 18 อางถึงใน อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ, 2547,น. 76 – 78) ดังตอไปนี้ 1. วัจนลีลาแบบตายตัว (Frozen style) ไดแก รูปแบบของภาษาที่ใชพูดกับบุคคลที่เปนที่เคารพสักการะสูงสุด เชน ภาษาที่ใชกราบบังคมทูลพระมหากษัตริย และราชาศัพทที่ใชบรรยายพระราช-กรณียกิจตาง ๆ รวมทั้งภาษาที่ใชเรียกขานในศาล ที่ประชุมรัฐสภา และภาษาที่ใชกลาวในพิธีการสําคัญ ๆ ตาง ๆ และเปนภาษาเกาแกที่มีใชมาเปนเวลานานในสังคม

ปที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน256471 2. วัจนลีลาแบบเปนทางการ (Formal style) ไดแก ภาษาที่ใชในโอกาสสําคัญ และใชพูดกับบุคคลที่สูงกวาและใชพูดเรื่องสําคัญซึ่งผูพูดมีความเอาจริงเอาจัง เชน ภาษาที่ใชในบทความทางวิชาการ การกลาวสุนทรพจน การบันทึกรายงานการประชุม การเขียนจดหมายราชการ ลักษณะเดนของภาษาในวัจนลีลานี้ไมอลังการและตายตัว แตก็มีรูปแบบที่ซับซอนและสมบูรณทางไวยากรณของภาษาไทย3. วัจนลีลาแบบปรึกษาหารือ (Consultative style) ไดแกรูปแบบภาษาที่ใชติดตอสนทนาในอาชีพการงานประจําวัน การประชุม การปรึกษาหารืออยางไมเปนทางการ ผูพูดมีความจริงจังนอยกวาในวัจนลีลาเปนทางการ แตก็มากกวาในวัจนลีลาเปนกันเอง ลักษณะดานภาษาของวัจนลีลาหารือมีโครงสรางที่หลวมกวาและไมสมบูรณตามกฎไวยากรณ มีการละคํา เชน ละประธานของประโยค มีการใชคําภาษาตางประเทศ และ ประโยคซับซอนนอยกวา 4. วัจนลีลาแบบเปนกันเอง (Casual style) ไดแก การใชภาษาที่ใชพูดกับเพื่อนฝูงที่รูจักคุนเคยกันพอสมควร แตไมถึงกับสนิทสนมมากนัก ผูพูดจะรูสึกสบายๆ ไมตึงเครียด ลักษณะของภาษามีขอสังเกตไดคือมีการออกเสียงไมชัดเจน มีการรวบคํา กรอนคํา หรือใชคํายอ มีการใชคําสแลง และคําลงทาย รูปประโยคไมซับซอนและมีการละประธานมากกวาในวัจนลีลาหารือ ใชคําซ้ํา5. วัจนลีลาแบบสนิทสนม (Intimate style) ไดแก การใชภาษาในกลุมเฉพาะ ภาษาถิ่น การละความไวในฐานที่เขาใจแบบไมเปนทางการมากที่สุด ลักษณะของภาษาอาจแยกจากวัจนลีลาเปนกันเองไดยาก แตอาจสังเกตไดจากการกรอนของคําและประโยคมีมากกวา และมีการใชคํายอ หรือคําสบถสาบานมาก กรอบแนวคิดขางตน ผูวิจัยจะนํามาใชเปนแนวทางในการศึกษาวัจนลีลาในหนังสือเข็มทิศชีวิต ตอน “แผนที่ดูจิต บริหารชีวิต สูอิสระทางการเงินและจิตใจ” ของฐิตินาถ ณ พัทลุง ตอไปถุประสงคเพื่อศึกษาวัจนลีลาในหนังสือเข็มทิศชีวิต ตอน “แผนที่ดูจิต บริหารชีวิต สูอิสระทางการเงินและจิตใจ ของฐิตินาถ ณ พัทลุง ซึ่งประกอบดวยเนื้อหา 7 บท 77 เรื่อง มาเปนขอมูลในการศึกษา โดยใชกรอบแนวคิดเรื่องวัจนลีลาของมารติน โจส (Joos, M., 1961) ผลการศึกษา พบวา วัจนลีลาในหนังสือเข็มทิศชีวิต เปนวัจนลีลาแบบหารือ (Consultative style) มากที่สุด นอกจากนั้น พบ วัจนลีลาแบบเปนกันเอง (Casual style) และ วัจนลีลาแบบสนิทสนม (Intimate style) ตามลําดับ และพบวาเปนหนังสือที่ไมใชวัจนลีลาแบบตายตัว (Froze style) และวัจนลีลาแบบเปนทางการ (Formal style)

บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่? (9)
Share
Share Facbook Share Twitter
 

e-Profile RMUTL

เว็บไซต์สำหรับแสดงโปรไฟล์ ผลงาน และข้อมูลวิชาการของบุคลากร

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา