คำสำคัญ
“การบริการวิชาการแก่สังคมเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจหลักของสถาบันและมหาวิทยาลัยโดยต้องคำนึงถึงกระบวนการในการให้บริการวิชาการแก่สังคมศึกษาความต้องการของกลุ่มเป้าหมายนำมาจัดทำแผนบริการวิชาการเพื่อสร้างประโยชน์แก่ชุมชนหรือสังคมโดยการประเมินความสำเร็จของการบริการวิชาการและนำมาจัดเป็นแผนการใช้ประโยชน์จนเกิดผลลัพธ์ที่สร้างความพึงพอใจต่อชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน.”
เนื้อหา
สถาบันถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาได้จัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยการดำเนินงานมีการจัดประชุมและแผนการปฏิบัติงานด้านการจัดความรู้ของหน่วยงานที่ต้องการใช้การจัดการความรู้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนพันธกิจและงานโครงการบริวิชาการเพื่อสร้างความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากผู้ประสบการณ์สร้างความเข้าใจทางด้านงานติดตามและประเมินโครงการบริการวิชาการด้วย CIPP Model และการตรวจเยี่ยมชมโครงการบริการวิชาการเพื่อกำลังคณะทำงานและชุมชนที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมกับให้คำแนะนำเพิ่มเติม เสนอแนะเพื่อเป็นทางในการดำเนินงานโครงการ
ได้เล็งเห็นความสำคัญของการบริการวิชาการแก่สังคม โดยเฉพาะโครงการติดตามและประเมินโครงการบริการวิชาการ ซึ่งลักษณะของพันธกิจของหน่วยงานการให้ทุนหรืองบประมาณสนับสนุนการบริการวิชาการของหน่วยงานในมหาวิทยาลัยฯ และต้องติดตามและประเมินผลโครงการให้ไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการและสร้างประโยชน์แก่ชุมชนหรือสังคมโดยการประเมินความสำเร็จของการบริการวิชาการและมีการบูรณาการเพื่อใช้ประโยชน์ทางด้านการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยพัฒนาตำแหน่งทางวิชาการของอาจารย์ สร้างเครือข่ายกับหน่วยงานต่าง ๆ เป็นแหล่งเรียนรู้ของนักศึกษา โดยพบว่าการนำกระบวนการจัดการความรู้มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน พัฒนางาน พัฒนาคุณภาพและ ประสิทธิภาพ และพัฒนาฐานความรู้ภายในหน่วยงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและบังเกิดผลต่อการปฏิบัติด้านพัฒนาองค์กรต่อไป
แนวทางการดำเนินกิจกรรมของคณะทำงาน Model
เพื่อให้ในการดำเนินการติดตามและประเมินผลโครงการบริการวิชาการเป็นไปในทิศทางเดียวกันในการบริหารจัดการโครงการบริการวิชาการจึงได้กำหนดกรอบและแนวทางในการติดตามและประเมินผลโครงการบริการวิชาการ โดยขอบเขตการติดตามและประเมินผลโครงการตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการจนกว่าโครงการนั้นจะสิ้นสุดดังนี้
1.) การประเมินผลก่อนดำเนินโครงการ คณะกรรมการพิจารณาโครงการเป็นผู้ประเมินโครงการ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้บริหาร พิจารณาอนุมัติโครงการ
2.) การประเมินผลระหว่างการดำเนินโครงการ คณะกรรมการฯ ของเขตพื้นที่ หรือคณะ/วิทยาลัย เป็นผู้ประเมินผลระหว่างการดำเนินโครงการ
3.) การประเมินผลสิ้นสุดโครงการ คณะกรรมการของสถาบันถ่ายเทคโนโลยีสู่จะเป็นผู้ประเมินผลโครงการจากรายงานฉบับสมบูรณ์หลังจากสิ้นสุดโครงการทุกโครงการ ดังรูปภาพที่ ๑
รูปภาพที่ ๑ กระบวนการติดตามและประเมินผลโครงการ
ผลการดำเนินกิจกรรม
ทางสถาบันถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน ได้สรุปประเด็นความรู้ ประสบการณ์การทำงาน(Tacit Knowledge) และข้อเสนอแนะ เพื่อจัดทำรูปแบบการเผยแพร่กระบวนการงานบริการวิชาการ และจัดทำร่างคู่มือการติดตามและประเมินผลโครงการบริการวิชาการ เพื่อนำความรู้ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มา ปรับปรุงทบทวนให้เป็นองค์ความรู้ โดยเนื้อหาเป็นทางการปฏิบัติงานการติดตามและประเมินผลโครงการในรูปแบบรูปแบบ CIPP MODEL (Stufflebeam and Shinkfield, 2007) เพื่อให้แบบการประเมินผลเป็นไปตามหลักวิชาการ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ในการนำเสนอผลงานวิชาการรับใช้สังคม และการประเมินผลงานประกันคุณภาพศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประกันคุณภาพของการศึกษา (สมศ.) ดังนี้
๑. ใช้รูปแบบการประเมิน CIPP เมื่อสิ้นสุดโครงการ การใช้รูปแบบการประเมิน CIPP กรณีนี้ผู้ใช้นำรูปแบบการประเมิน CIPP ที่แบ่งมิติ การประเมินออกเป็น ๔ ด้าน คือ บริบท (Context) ปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) และผลผลิต (Product)มาประเมินโครงการ แผนงาน หรือหลักสูตรที่สิ้นสุดระยะเวลาดำเนินการใช้เพื่อที่จะสรุปภาพรวมผลการประเมินโครงการ แผนงานดังกล่าวเป็นรายมิติที่ทำการประเมินซึ่งมีลักษณะเป็นการประเมินย้อนหลัง และไม่ได้ให้ข้อเสนอแนะสำหรับการตัดสินใจดำเนินงานจากผลการประเมินแต่ละด้านและเครื่องมือฉบับเดียวสำหรับการประเมินทุกมิติการประเมินโครงการ แผนงานหรือหลักสูตร ที่ผู้ประเมินแบ่งมิติการประเมินออกเป็น ๔ ด้านตามที่กล่าวนั้นมักใช้แบบสอบถามชนิดแบ่งเป็นระดับความคิดเห็น (อาจเป็น ๓ , ๔ หรือ ๕ ระดับ) แล้วสร้างข้อคำถามในแต่ละด้านเท่า ๆ กันหรืออาจไม่เท่ากัน โดยส่วนใหญ่จะมีข้อคำถามในแต่ละด้าน ๕-๑๐ ข้อ เพื่อให้ผู้ตอบใส่เครื่องหมาย ตามระดับความคิดเห็นระดับใด ๆ ในข้อคำถามนั้น ๆ แล้วนำคำตอบที่ได้มาตรวจให้คะแนนเป็นตัวเลขเพื่อนำมาวิเคราะห์ต่อไปทั้ง ๆ ที่จริงแล้วการประเมินในแต่ละมิติหรือแต่ละด้านต้องใช้เครื่องมือ เทคนิควิธีการที่หลากหลายในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ตัดสินผลการประเมินไม่ใช่ใช้เครื่องมือฉบับเดียวเก็บข้อมูลทุกด้าน
๒. รูปแบบการประเมิน CIPP และการนำไปใช้รูปแบบการประเมิน CIPP เป็นการนำตัวอักษรตัวแรกของมิติการประเมิน ๔ ด้านมาประกอบกันได้แก่ การประเมินบริบท (Context) ปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) และผลผลิต (Product) ดังรูปภาพที่ ๒ CIPP Model
รูปภาพที่ ๒ CIPP MODEL
๒.๑. การประเมินบริบท : Context Evaluation หมายถึง การประเมินเกี่ยวกับความต้องการจำเป็น (Need) ปัญหา (Problem) คุณสมบัติที่มีค่า (Assets) และโอกาส (Opportunities) ที่จะเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขแวดล้อมหนึ่งที่กำหนด การประเมินบริบท ๔ ส่วนนี้มีความสำคัญที่จะนำไปสู่การออกแบบโครงการ แผนงาน และการให้บริการที่มีความเหมาะสมเป็นไปได้ ทั้งนี้การประเมินบริบทมีวัตถุประสงค์
๒.๒. การประเมินปัจจัยนำเข้า : Input Evaluation จุดมุ่งเน้นหลักของการประเมินปัจจัยนำเข้าก็เพื่อช่วยจัดลำดับโครงการที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความต้องการจำเป็น โดยการศึกษาและตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนเกี่ยวกับแนวทางต่าง ๆ ที่มีศักยภาพหรือมีความเป็นไปได้มากที่สุด ในอันที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว การประเมินปัจจัยนำเข้าจะเป็นตัวบ่งบอกล่วงหน้าถึงความสำเร็จหรือความล้มเหลวหรือประสิทธิผลของความพยายามเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่โครงการหรือสิ่งแทรกแซงนั้น ๆ ต้องการให้เกิด จุดมุ่งเน้นประการที่สองของการประเมินปัจจัยนำเข้า ก็เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางที่เป็นทางเลือกต่าง ๆ
๒.๓. การประเมินกระบวนการ : Process Evaluation เป็นการตรวจสอบการนำแผนงานหรือโครงการไปใช้หรือตรวจสอบการดำเนินงานการใช้แผนงาน โครงการ วัตถุประสงค์ที่สำคัญประการหนึ่งของการประเมินกระบวนการก็คือ การให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้หัวหน้าโครงการและผู้ปฏิบัติงานในโครงการนั้น ๆ เกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการว่าเป็นไปตามตารางเวลาที่กำหนดหรือไม่ การใช้งบประมาณและประสิทธิภาพเป็นอย่างไร สำหรับวัตถุประสงค์อีกประการหนึ่งก็เพื่อชี้แนะแนวทางให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในการปรับปรุงการใช้งบประมาณและแนวทางการดำเนินงานของโครงการให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น
๒.๔. การประเมินผลผลิต : Product Evaluation วัตถุประสงค์หลักของการประเมินผลผลิตก็เพื่อสอบวัด ตีความ และตัดสินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ แผนงานหรือปัญหาและอุปสรรคในการทำงานว่าตอบสนองบรรลุความต้องการจำเป็นของกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ นอกจากนั้นการประเมินผลผลิตก็ยังต้องประเมินผลลัพธ์(Outcomes) ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ ทั้งที่เป็นไปในทางบวกและทางลบอีกด้วย
สรุป
สรุปผลการดำเนินงานทางคณะกรรมการการจัดการความรู้ของสถาบันถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน ได้ทำการเรียบเรียง ตัดต่อ และ ปรับปรุงเนื้อหาให้มีคุณภาพดี รวมทั้งสรุป ประเด็นและกลั่นกรองความรู้จากการ แลกเปลี่ยนรู้ให้เป็นรูปแบบเอกสาร มาตรฐานเดียวกันในการปฏิบัติงานและกลั่นกรองความรู้และปรับปรุงเนื้อหาประเด็นความรู้ เพื่อจัดทำรูปแบบการเผยแพร่กระบวนการงานบริการวิชาการ พร้อมทั้งแนวปฏิบัติการดำเนินงาน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การทำงานบริการวิชาการต่อไป
รูปภาพที่ ๓ องค์ประกอบหลักของรูปแบบประเมินและติดตามผลแบบ CIPP Model
จากภาพที่ ๓ แสดงให้เห็นวงกลมสำคัญ ๓ วง วงในสุดเป็นส่วนที่แสดงถึงคุณค่าร่วมกันของการประเมินในการนำไปใช้กำหนดส่วนต่าง ๆ ในวงกลมที่สองซึ่งเป็นส่วนประกอบของโครงการ ได้แก่ เป้าหมาย แผนงานหรือแผนการปฏิบัติงาน การปฏิบัติหรือการกระทำตามแผนงานและผลลัพธ์ ที่ได้ ใน ๔ ส่วนประกอบของโครงการก็จะสัมพันธ์กับมิติการประเมินทั้ง ๔ ด้าน ของรูปแบบการประเมิน CIPP ซึ่งเป็นวงกลมนอกสุด นั้น คือ การประเมินเพื่อนำมาใช้กำหนดเป้าหมายของโครงการก็คือ การประเมินบริบท การประเมินปัจจัยนำเข้า ก็ใช้สำหรับจัดทำแผนปฏิบัติงาน แต่การปฏิบัติงานหรือการกระทำตามแผนก็ต้องอาศัยการประเมินกระบวนการและท้ายที่สุดหากจะประเมินผลลัพธ์ทั้งหมดของโครงการก็ต้องทำการประเมินผลผลิต ตามแบบฟอร์มประเมินผลโครงการบริการวิชาการ