Blog

กระบวนการและทักษะการวิเคราะห์และสังเคราะห์สารสนเทศ

การเปลี่ยนสารสนเทศดิบให้กลายเป็นความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้นั้น ต้องอาศัยกระบวนการที่เป็นระบบและการใช้ทักษะทางปัญญาขั้นสูง เอกสารฉบับนี้สรุปใจความสำคัญจากแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางสารสนเทศวิเคราะห์ 9 ขั้นตอน และทักษะพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์และสังเคราะห์สารสนเทศ โดยมีประเด็นสำคัญคือการแยกแยะสารสนเทศออกเป็นส่วนย่อย (การวิเคราะห์) และการบูรณาการข้อมูลเหล่านั้นเข้าด้วยกันเพื่อสร้างแนวคิดใหม่ (การสังเคราะห์) นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงแนวทางปฏิบัติและข้อกำหนดทางเทคนิคเบื้องต้นในการสืบค้นข้อมูลผ่านเบราว์เซอร์ดิจิทัล

--------------------------------------------------------------------------------

1. นิยามของการวิเคราะห์และการสังเคราะห์สารสนเทศ

เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจน สารสนเทศต้องผ่านกระบวนการหลัก 2 ประการ ดังนี้:

  1. การวิเคราะห์สารสนเทศ (Information Analysis): คือกระบวนการแยกแยะสารสนเทศที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องการออกเป็นกลุ่มย่อยๆ หรือส่วนต่างๆ โดยจัดสารสนเทศที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน และหาความสัมพันธ์ระหว่างส่วนย่อยเหล่านั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างแท้จริง
  2. การสังเคราะห์สารสนเทศ (Information Synthesis): คือการสรุปความสารสนเทศที่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้วจากแหล่งข้อมูลมากกว่า 1 รายการที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกัน นำมาบูรณาการให้กลายเป็นประเด็นเดียวเพื่อสร้างเป็น "แนวคิดใหม่" ที่มีประโยชน์

--------------------------------------------------------------------------------

2. กระบวนการทางสารสนเทศวิเคราะห์ 9 ขั้นตอน

กระบวนการวิเคราะห์สารสนเทศอย่างเป็นระบบประกอบด้วยขั้นตอนที่ต่อเนื่องกัน ดังนี้:

ขั้นตอนกิจกรรมหลัก
1. การระบุเรื่องที่สนใจกำหนดประเด็นที่ต้องการวิเคราะห์ เช่น สถานภาพนักวิจัย ผู้นำสถาบัน หรือเทคโนโลยีคู่แข่ง
2. การคัดเลือกแหล่งข้อมูลเลือกฐานข้อมูลที่เหมาะสม เช่น Pubmed (การแพทย์), IEEEXplore (คอมพิวเตอร์), หรือ Web of Science
3. การสืบค้นข้อมูลสร้างกลยุทธ์การสืบค้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องที่สุดจากฐานข้อมูลออนไลน์
4. การตรวจสอบและขจัดข้อมูลทำ Data Cleaning เช่น ลบข้อมูลซ้ำ หรือรวมข้อมูลจากต่างฐานข้อมูลเข้าด้วยกัน
5. การประมวลผลเบื้องต้นวิเคราะห์แบบสำรวจภาพรวม (Exploratory Analyses) เช่น การนับจำนวนผู้แต่ง หรือการทำ Matrix หาความสัมพันธ์
6. การประมวลผลขั้นสูงสร้างเครือข่ายความรู้ (Knowledge Network) และการทำแผนที่ความสัมพันธ์ (Mapping)
7. การนำเสนอผลการวิเคราะห์เลือกรูปแบบที่เข้าใจง่าย เช่น ตาราง หรือกราฟแสดงแนวโน้มเทคโนโลยี
8. การตีความอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการให้ความหมายของผลลัพธ์ เพื่อวิเคราะห์วัฏจักรเทคโนโลยีหรือทิศทางการวิจัย
9. การนำไปใช้ประโยชน์นำข้อมูลไปวางแผน กำหนดนโยบาย หรือศึกษาต่อยอดให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง

--------------------------------------------------------------------------------

3. ทักษะที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์และสังเคราะห์

การดำเนินกระบวนการสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพ ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องมีทักษะทางปัญญาดังต่อไปนี้:

3.1 ทักษะการจำแนกและการจัดหมวดหมู่

  1. การจำแนก: ความสามารถในการแยกส่วนย่อยโดยใช้เกณฑ์ ความเหมือน ความต่าง หรือความสัมพันธ์ (เช่น การแบ่งวัตถุตามเส้นโค้งหรือรูปทรงสามมิติ)
  2. การจัดหมวดหมู่: การจัดกลุ่มสิ่งที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเข้าด้วยกันโดยยึดโครงสร้างหรือคุณสมบัติเป็นหลัก

3.2 ทักษะการวิเคราะห์เหตุผล

เป็นความสามารถในการเชื่อมโยงส่วนย่อยเพื่อค้นหาคำตอบ แบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก:

  1. การอ้างเหตุผลแบบนิรนัย (Deductive): สรุปจากความจริงทั่วไปไปสู่ความจริงเฉพาะ (เช่น คนทุกคนต้องตาย -> นายแดงเป็นคน -> นายแดงต้องตาย)
  2. การอ้างเหตุผลแบบอุปนัย (Inductive): สรุปจากข้อเท็จจริงเฉพาะส่วนไปสู่ความจริงทั่วไป ซึ่งข้อสรุปมักมีน้ำหนักเกินกว่าข้ออ้าง

ข้อบกพร่องที่ควรระวังในการอ้างเหตุผล:

  1. การเข้าใจข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนเนื่องจากการใช้ภาษาที่กํากวม
  2. เนื้อหาเหตุผลไม่เพียงพอ (เช่น การทดสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าเพียง 2 เครื่องจาก 3 ล้านเครื่อง)
  3. การทิ้งเหตุผล โดยใช้อำนาจ การขอความเห็นใจ หรือการอ้างคนส่วนมากแทนหลักฐานที่แท้จริง

3.3 ทักษะการประยุกต์และการทำนาย

  1. การประยุกต์: นำสิ่งที่มีอยู่เดิมมาปรับใช้ในสภาวะใหม่ (เช่น การนำท่อ PVC หรือเชือกมาประยุกต์เป็นสิ่งของอื่น)
  2. การทำนาย: คาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าโดยอาศัยกฎ ทฤษฎี หรือข้อมูลเชิงประจักษ์ (เช่น การคำนวณเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นในอนาคตจากสถิติที่ผ่านมา)

--------------------------------------------------------------------------------

4. แนวปฏิบัติในการจัดการสารสนเทศ

เพื่อให้ได้ผลผลิตทางการวิเคราะห์และสังเคราะห์ที่มีคุณภาพ ควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้:

แนวทางการวิเคราะห์:

  1. กำหนดขอบเขตและจุดมุ่งหมายให้ชัดเจน
  2. ใช้ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องเป็นหลักในการคัดแยกข้อมูล
  3. ทำความเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดและเลือกเฉพาะส่วนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
  4. สรุปสารสนเทศแต่ละประเด็นอย่างเป็นระบบ

แนวทางการสังเคราะห์:

  1. จัดเรียงข้อมูลตามความเหมือนหรือความต่างตามวัตถุประสงค์
  2. เปรียบเทียบเพื่อหาความขัดแย้งและประสานให้เป็นเรื่องเดียวกัน
  3. ย่อความและเรียบเรียงใหม่ด้วยสำนวนภาษาของตนเอง
  4. ประเมินความครบถ้วนและความซ้ำซ้อนก่อนนำไปพัฒนาเป็นแนวคิดใหม่


บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่? (11)
Share
Share Facbook Share Twitter
 

e-Profile RMUTL

เว็บไซต์สำหรับแสดงโปรไฟล์ ผลงาน และข้อมูลวิชาการของบุคลากร

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา