“มหาวิทยาลัยกับการจัดการความรู้...สู่ชุมชน”
การยกระดับคุณภาพชีวิตของหมู่บ้านและชุมชน โดยอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom) สามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชนได้ ด้วยการบรูณาการองค์ความรู้ด้านวิชาการของมหาวิทยาลัย ผสมผสานของเก่าและของใหม่ผลักดันการสร้างองค์ความรู้ใหม่ เทคโนโลยีใหม่ ให้มีการต่อยอดผลงานเชื่อมโยงองค์ความรู้ของชุมชนหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นนำไปสู่การใช้ประโยชน์และเพิ่มคุณค่า ส่งผลต่อการขับเคลื่อนชุมชนและประเทศด้วยนวัตกรรมใหม่
การจัดความรู้ (Knowledge Management : KM) เป็นเครื่องมือหรือวิธีการในการพัฒนาประสิทธิของการทำงาน การพัฒนาคน โดยความรู้ส่วนใหญ่มีอยู่ 2 ประเภทคือ ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ในตำราเรียน หนังสือ บันทึก เอกสารต่าง ๆ และความรู้แฝงหรือความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่อยู่ในคน ทักษะ ความสามารถ เป็นความรู้เฉพาะตัวและเฉพาะเรื่อง ดังนั้นกระบวนการจัดการึความรู้ (Process Knowledge Management : Process KM) จึงเป็นตัวช่วยหรือเครื่องมือในการเกิดการถ่ายทอดความรู้ โดยกระบวนการจัดการความรู้มีอยู่ 7 ขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การบ่งชี้ความรู้ “ชุมชนเข้าใจตนเอง”
ภูมิปัญญาชาวบ้านหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom) ที่สามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชน เป็นความรู้ที่สามารถทำมาหากินได้และคนในท้องพื้นถิ่นร่วมกันวิเคราะห์และคัดเลือกต้นทุนท้องถิ่นที่อยู่รูปแบบต่าง ๆ เช่น ประเพณีท้องถิ่น ทรัพยากรท้องถิ่น สถานที่ท่องเที่ยว ภูมิปัญญาเรื่องสมุนไพร เป็นต้น โดยเป็นโจทย์ที่ถูกเลือกมาจัดทำเป็นองค์ความรู้มักจะเป็นสินค้า/บริการที่โดดเด่นของแต่ละพื้นที่จนสามารถพัฒนาสินค้าหรือบริการของท้องถิ่น OTOP Product Champion เช่น ผ้าทอยกดอก จังหวัดลำพูน ผ้าทอตีนจกแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น โดยกระบวนการสร้างความเข้าใจของชุมชน การจัดประชุมชุมชนหรือจัดทำประชาคมชุมชนให้ชุมชนมีส่วนร่วมการวิเคราะห์และต้นทุนท้องถิ่น
ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและแสวงหาความรู้ “เสาะหาความรู้ของชุมชน”
การสร้างและแสวงหาความรู้ โดยการรวบรวมความรู้ของชุมชนที่เกี่ยวข้องซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในแหล่งต่าง ๆ และในตัวบุคคล เช่น ปราชญ์ชาวบ้าน พระนักปราชญ์ เป็นต้น โดยกระบวนการแสะแสวงหาความรู้ ใช้เทคนิคการเล่าเรื่องประสบการณ์ (Story Telling) และจากการสัมภาษณ์ การจดบันทึก การบันทึกเสียง บันทึกภาพการถ่ายทอดภูมิความรู้ของผู้รู้และปราชญ์ชาวบ้าน
ขั้นตอนที่ 3 การจัดการความรู้ให้เป็นระบบ “การเปลี่ยนความรู้เป็นองค์ความรู้”
การวางแผนการจัดการความรู้ให้เป็นระบบ หรือการเปลี่ยนความรู้เป็นองค์ความรู้ให้เป็นระบบ โดยนำความรู้ที่ได้มาเรียบเรียงและจัดหมวดหมู่เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ที่จะนำความรู้ไปใช้ได้ โดยการจัดประชุมจัดทำแผนชุมชนของท้องถิ่น เพื่อกำหนดทิศทางของชุมชน และความต้องการของชุมชน เช่น แนวทางหรือทิศทางของแผนงาน /ทักษะความรู้ที่ต้องใช้ /ต้นทุนแรงแรงที่ต้องใช้ /เงินทุนที่ต้องเตรียม /ขั้นตอนการลงมือทำ /ระยะเวลาของแผนชุมชน/ผลลัพธ์และผลสัมฤทธิ์ของแผนงาน
ขั้นตอนที่ 4 การประมวลและกลั่นความรู้ “การคัดเลือกความรู้”
การนำองค์ความรู้มาประมวลและกลั่นความรู้ หรือ การคัดเลือกความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสัมมาอาชีพของชุมชนโดยองค์ความรู้ที่ต้องการลำดับที่เร่งด่วนและมีความสำคัญต่อการประกอบสัมมาอาชีพของชุมชนโดยตรงและการนำองค์ความรู้ที่ได้รับจากชุมชนผสมผสานกับหลักวิชาการของทางมหาวิทยาลัยแล้วนำมาการจัดทำเรียบเรียงความรู้ ตัดต่อ และปรับปรุงเนื้อหาความรู้และตรวจสอบความสมบูรณ์และความถูกต้องของเนื้อหากับเจ้าของความรู้ หรือ ปราชญ์ชาวบ้าน และผู้เชี่ยวชาญ ก่อนที่จะนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพได้ในทันที เช่น ความรู้เกี่ยวการเลี้ยงกบในกระชัง การเลี้ยงปลานิล ความรู้เกี่ยวกับการทอผ้าแม่แจ่ม 16 ลาย เป็นต้น
ขั้นตอนที่ 5 การเข้าถึงองค์ความรู้ “การสร้างความพร้อม”
การจัดทำช่องทางการเข้าถึงขององค์ความรู้ ผ่านทางหนังสือ เอกสารแผ่นพับ โปสเตอร์ หรือ เว็บไซต์ เป็นรูปแบบการจัดเก็บ วิธีการใช้องค์ความรู้ เพื่อให้คนใช้องค์ความรู้ หรือคนที่สนใจจะนำความรู้ประเด็นต่าง ๆ ไปใช้ประโยชน์ สามารถเข้าถึงความรู้ ง่าย สะดวก รวดเร็ว ได้ทุกที ทุกเวลา ทุกสถานการณ์ตามความต้องการ
ขั้นตอนที่ 6 การแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “องค์ความรู้สู่สัมมาอาชีพ”
การนำองค์ความรู้ไปเผยแพร่ให้กับคนชุมชนหรือคนในท้องถิ่นได้ใช้ประโยชน์ต่อการทำสัมมาอาชีพ หรือการแลกเปลี่ยนรู้มาดำเนินการสร้างแนวทางการปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ได้แก่ กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในรูปแบบชุมชนนักปฏิบัติ (COPs) การฝึกอบรมอาชีพของชุมชน การจัดฐานกิจกรรมต่าง ๆ การทำ WORKSHOP สร้างอาชีพ การพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ของชุมชน เป็นต้น
ขั้นตอนที่ 7 การเรียนรู้ “การเล่าสู่กันฟัง”
การจัดเวทีและการเชิญคนที่นำองค์ความรู้ไปใช้ให้กลับมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน เพื่อเปิดรับความรู้ใหม่ กระบวนการที่ใหม่ที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำข้อมูลไปสร้างเป็นองค์ความรู้ใหม่ หรือปรับปรุงองค์ความรู้ รวมถึงนำไปพัฒนาต่อยอด และสร้างวัฏจักรแห่งการเรียนรู้ให้กลายเป็นวิถีชีวิตของคนในชุมชนต่อไปเช่น จัดกิจกรรมการเสวนาชุมชนและโชว์ผลิตภัณฑ์ของชุมชน (Show and Share)
มหาวิทยาลัย...มีหน้าที่สำคัญในการขับเคลื่อนและผลักดันให้เกิดการนำผลงานทางวิชาการจากงานวิจัยและองค์ความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อมุ่งหวังให้บุคลากรและนักศึกษาดำเนินกิจกรรมด้านบริการวิชาการโดยการมุ่งเน้นส่งเสริมและสนับสนุนการนำองค์ความรู้จากผลงานทางวิชาการไปใช้ประโยชน์ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทางเพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำรงชีพยกระดับคุณภาพชีวิต ให้เกิดความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาให้กับชุมชน